ธรรมชาติบำบัดโฮมีโอพาธีย์
เรื่องโดย น.พ. พลวิช กล้าหาญ
บางท่านคงจะเคยคุ้นหรือได้ยินคำนี้มาบ้างแล้ว แต่เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้เรื่องราวความเป็นมาของการบำบัดรักษาในแขนงนี้ เพราะฟังชื่อก็แปลกๆ กว่าการรักษาที่เราเคยได้ยินในทุกวันนี้ ถ้าอย่างนั้นลองมาดูความเป็นมาของการรักษาแบบนี้กันดีกว่า

คำว่า Homeopathy มีรากศัพท์มาจาก Homeo ซึ่งแปลว่า เหมือนหรือคล้าย และคำว่า patho ซึ่งแปลว่าโรค ศาสตร์แขนงนี้มีมานานกว่า 200 ปี ค้นพบโดย นายแพทย์ Samuel Hahnemann (1755 - 1843) ชาวเยอรมัน
จึงทำให้เกิดทฤษฎีที่เรียกว่า law of similars หรือ like cure like คือ สารใดๆ ก็ตาม เช่น พืชสมุนไพร ใบไม้ ดอกไม้ สารอินทรีย์หรืออนินทรีย์ เกลือ แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากสัตว์ สามารถเป็นสาเหตุของการเกิดโรคได้
ดังนั้นจึงได้นำสารเหล่านั้นมาทำการรักษาในโรคลักษณะเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วโฮมีโอพาธีย์ จะเป็นสิ่งที่ได้จากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่เกิดภาวะการแพ้ยาหรือสารเคมีใดๆ
การบำบัดรักษาแบบโฮมีโอพาธีย์ ถ้าอธิบายกันง่ายๆ ก็คือ การรักษาแนวธรรมชาติบำบัดวิธีหนึ่งที่อยู่ในสาขาแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine) เหมือนกับ การฝังเข็ม การกดจุดบำบัดโรค หรือ แม็คโครไบโอติก ซึ่งการรักษาโฮมีโอพาธีย์ก็ได้ผ่านการรับรองแล้วจากทั้งในและต่างประเทศ
ในประเทศไทยในขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข กองการแพทย์ทางเลือก กำลังทำการผลักดันการรักษาในแขนงนี้ให้นำมาใช้ทั่วประเทศ เหมือนกับหลายๆ ประเทศทั่วโลก ที่ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ในหลายๆประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อินเดีย เม็กซิโก และ อเมริกา เป็นต้น แต่ถ้าพูดกันแล้วการรักษาแบบโฮมีโอพาธีย์ ก็ยังคงใหม่อยู่กับคนไทย
ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าหลักการของการรักษาแบบโฮมีโอพาธีย์ เป็นยังไง ทำไมต่างชาติใช้กันมากและมีมานานถึง 200 ปี และมีข้อแตกต่างอย่างไรกับวิธีการรักษาแบบธรรมชาติบำบัดอื่นๆ ที่เรารู้จัก
ในธรรมชาติของทุกสิ่งทุกอย่างสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ มวลสาร (ร่างกาย วัตถุ หรือสิ่งที่จับต้องได้) และพลังงาน (สิ่งที่หมุนเวียนภายในร่างกายที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว) บาง ท่านฟังดูอาจจะบอกว่าเหมือนกับทางพระพุทธศาสนาที่มีการแยกกายกับจิต ก็คล้ายๆ กันนะครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในโลก สสาร และ พลังงาน จะต้องอยู่คู่กันเสมอ เช่น ต้นไม้ หรือแม้กระทั่งดวงอาทิตย์ที่เรามองเห็นเป็นก้อนกลม
ในธรรมชาติของทุกสิ่งทุกอย่างสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ มวลสารและพลังงาน แต่จริงๆแล้วก้อนกลมๆนั้น เกิดจากพลังงานที่มีรวมกันมากมายทำให้เกิดพลังงานที่ยิ่งใหญ่ เราจึงสามารถมองเห็นได้ ในคนเราเช่นกัน ถ้ามีแต่สสารแต่ไม่มีพลังงานเราก็เคลื่อนไหวไม่ได้ หรือถ้าพลังงานมีความผิดปกติก็อาจเกิดอาการผิดปกติออกมา ที่เราเรียกว่าความเจ็บป่วย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะแสดงออกมาทางภายนอก เช่น ผื่นทางผิวหนัง ฝ้า ภูมิแพ้ อาหารท้องผูก หรือโรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น ดังนั้นการรักษาทางโฮมีโอพาธีย์ จึงเน้นการรักษาจากสาเหตุของโรค นั่นก็คือพลังงานในร่างกาย
การแพทย์ทางเลือก (Alternative medicine) มีศาสตร์การรักษามากมายหลายสาขารวมกัน ซึ่งในแต่ละสาขาก็จะมีความเฉพาะเจาะจงในสาขานั้นๆ ต่างกัน โดยทั่วไปการบำบัดรักษาที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยและรู้จัก เช่น การแพทย์แผนไทย การบำบัดด้วยกลิ่น (Aromatherapy) จะเป็นการรักษาโดยการนำสมุนไพร หรือน้ำมันหอมระเหย ซึ่งเป็นมวลสารที่ได้จากธรรมชาติมาทำการบำบัดรักษา ซึ่งจะแตกต่างกับการบำบัดรักษาแบบโฮมีโอพาธีย์ เพราะการรักษาด้วยศาสตร์นี้จะเป็นการดึงเอาแต่พลังงานของมวลสารนั้นออกมา เพียงอย่างเดียวและนำเฉพาะพลังงานที่ได้มาบำบัดรักษาโรคต่างๆ
ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบหลักการในการรักษาด้วยโฮมีโอพาธีย์ สามารถเทียบได้กับศาสตร์การฝังเข็มของชาวจีน ที่มีการกระตุ้นพลังงานภายในร่างกายเพื่อรักษาโรคจากจุดที่ฝังเข็ม จากรายงานขององค์การอนามัยโลก ยังพบว่า ศาสตร์โฮมีโอพาธีเป็นศาสตร์ 1 ใน 5 ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก รวมทั้งมีการนำไปประยุกต์เข้ากับระบบสุขภาพแห่งชาติในหลายๆประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อินเดีย เม็กซิโก
เป็นยังไงกันบ้างครับประวัติเรื่องราวความเป็นมาย่อๆ ของการรักษาโดยธรรมชาติบำบัดแบบโฮมีโอพาธีย์ ศาสตร์การรักษาที่มีประวัติยาวนาน และกำลังแพร่หลายอยู่ในขณะนี้ทั่วโลก คราวหน้าเราจะมากล่าวถึงขั้นตอนของการเตรียมยาว่า ยา Homeopathy เป็นยาที่ใช้แต่พลังงานของมวลสารเท่านั้นในการนำมารักษา แล้วจะมีวิธีการเตรียมกันอย่างไร ไว้เจอกันในครั้งหน้าครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
|
|
|